หลักสูตร Wellbeing Camp ดูแลสุขภาพใจกายใส่ใจสุขภาวะองค์รวม

Wellbeing Camp

ดูแลสุขภาพใจกายใส่ใจสุขภาวะองค์รวม

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อเรียนรู้รูปแบบและขั้นตอนในการพัฒนาการบริหารจัดการอารมณ์ ความคิด พฤติกรรมจากการ ความเครียดและพัฒนางานให้เกิดประสิทธิผล
  2. เพื่อประเมินตัวเองและรับรู้ปัญหาในด้านการจัดการความคิด อารมณ์ พฤติกรรที่ส่งผลกระทบต่อการทำงาน และภาวะทางด้านร่างกาย
  3. เพื่อศึกษารูปแบบและเทคนิคของวิธีการบริหารจัดการความคิด อารมณ์ พฤติกรรม และการเสริมสร้างสมรรถภาพทางด้านร่างกายการดูแลป้องกันตัวเองจากภาวะโรคที่จะเกิดขึ้นในระหว่างการทำงาน และพัฒนางานให้เกิดประสิทธิภาพ
  4. นำแนวทางในการจัดการแก้ปัญหาไปใช้เพื่อลดภาวะเครียด ทางความคิด อารมณ์ พฤติกรรม ส่งผลให้ร่างกาย ความสัมพันธ์ ในการทำงานมีประสิทธิภาพ

หัวข้อและกิจกรรมในการเรียนรู้ฝึกทักษะ

ด้านจิตใจและการจัดการรูปแบบการทำงาน (ช่วงเช้า) โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต
  1. การรับรู้ความคิด อารมณ์ พฤติกรรม และสิ่งที่แสดงออกทางร่างกาย
  2. การรับรู้ปัญหาที่มีความเกี่ยวเนื่องกันในด้าน ความคิด อารมณ์ พฤติกรรม และสิ่งที่แสดงออกทางร่างกายที่ (Workshop)
  3. การสร้างแรงจูงใจในการดูแลสุขภาพใจและกาย (Self-motivation)
  4. แนวทางในการจัดการแก้ไขปัญหา (Workshop)
  •  เทคนิคการฝึกจัดการกับอารมณ์ ความคิดและพฤติกรรม (Cognitive behavior approach)
  • เทคนิคการจัดการเวลาในการทำงาน (Time Management)
  • การลำดับความสำคัญของการจัดการอารมณ์และความเครียด (Eisenhower Matrix)
  • รูปแบบการแก้ปัญหาเฉพาะบุคคล (Problem Solving)
  • การตั้งเป้าหมาย (SMART Goal Setting)
  • การสังเกตความคิด ความรู้สึกพฤติกรรมด้วยตัวเอง (Self-Monitoring)

 

ด้านร่างกายและการดูแลตนเอง (ช่วงบ่าย) หัวข้อ/ฐาน
  1. การประเมินสุขภาพกายเบื้องต้น เช่น ความดัน เบาหวาน อาการปวดจากการทำงาน ภาวะที่ผิดปกติทางด้านร่างกาย การปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการให้ความรู้โดยพยาบาลวิชาชีพหรือนักกายภาพบำบัด
  2. การประเมินสุขภาพจิตเบื้องต้น คือการประเมินสภาวะทางด้านจิตใจ เช่น ภาวะซึมเศร้า ความเครียด วิตกกังวล ภาวะหมดไฟในการทำงาน และการให้ความรู้โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต
  3. การประเมินภาวะสุขภาพกายองค์รวม เช่น โรคที่เกิดจากการทำงาน ภาวะอาการบาดเจ็บในการทำงาน ออฟฟิตซินโดรม การนอนหลับอย่างมีประสิทธิภาพ การส่งเสริมสุขภาพโดยการแนะนำการดูแลตนเองและออกแบบโปรแกรมให้เหมาะสมกับการทำงานเฉพาะบุคคล และการให้ความรู้โดยนักกายภาพบำบัด
  4. Ergonomics การยศาสตร์(การจัดสิ่งแวดล้อมในการทำงาน) การปรับเปลี่ยนงานหรือสภาพงานให้มีการทำงานที่เป็นระบบและเกิดความเหมาะสมต่อผู้ปฏิบัติงาน ให้ความรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้ทำงานกับสภาพแวดล้อมรอบด้านช่วยให้เราสามารถออกแบบหรือปรับปรุงสภาพการทำงานรอบด้านให้เหมาะสมกับผู้ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงยังป้องกันอาการบาดเจ็บตามร่างกายที่เกิดขึ้นจากการทำงาน ให้ความรู้โดยนักกายภาพบำบัด
  5. การแนะนำให้คำปรึกษาเกี่ยวกับโภชนาการ เช่น อาหารที่สร้างสมดุล การปรุงอาหารที่มีประโยชน์ อาหารที่เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย และการให้ความรู้โดยนักโภชนาการ
  6. การประเมินสมรรถภาพร่างกาย เช่น การวิเคราะห์มวลกล้ามเนื้อ มวลกระดูก ไขมันในร่างกาย ความยืดหยุ่นทางด้านร่างกายเพื่อออกแบบรูปแบบการออกกำลังกาย และการให้ความรู้โดยนักกายภาพบำบัดหรือนักวิทยาศาสตร์การกีฬา

เนื้อหาหลักสูตร